การให้บริการดิจิทัลควรคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้งานควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้เกิดการใช้งานอย่างเหมาะสม แนวคิด Responsible Gaming และ Digital Wellbeing จึงถูกนำมาใช้เป็นแนวทางสำหรับออกแบบเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดขอบเขตการใช้งานของตนเองได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้งานมองเห็นพฤติกรรมของตนเองและสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้งานได้อย่างรอบคอบ
ระบบสามารถจัดทำเครื่องมือสำหรับกำหนดระยะเวลาการใช้งาน เช่น Session Limit ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานตั้งกรอบเวลาที่ต้องการใช้บริการ เมื่อใกล้ถึงเวลาที่กำหนด ระบบสามารถแสดงข้อความเตือนเพื่อให้ผู้ใช้งานรับทราบระยะเวลาที่ผ่านไปและพิจารณาหยุดพัก
อีกส่วนหนึ่งคือการกำหนดวงเงินหรือ Spending Limit โดยผู้ใช้งานสามารถกำหนดขอบเขตค่าใช้จ่ายตามช่วงเวลาที่ระบบรองรับ เช่น รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน เครื่องมือนี้สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานติดตามการใช้จ่ายของตนเองและวางแผนงบประมาณได้ง่ายขึ้น
Self-Exclusion เป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถระงับการเข้าถึงบัญชีของตนเองตามระยะเวลาที่เลือก โดยก่อนยืนยัน ระบบควรแสดงรายละเอียดของผลที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจน เช่น ระยะเวลาที่บัญชีถูกระงับ และเงื่อนไขการกลับมาใช้งาน
Cooling-off Period สามารถใช้เป็นช่วงพักการใช้งานชั่วคราว เช่น 24 ชั่วโมง 7 วัน หรือ 30 วันตามตัวเลือกที่ระบบกำหนด ในระหว่างช่วงเวลานี้ ระบบสามารถจำกัดการเข้าสู่บัญชีและหยุดการสื่อสารด้านการตลาดตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ใช้งานมีช่วงเวลาสำหรับเว้นจากการใช้งาน
การแจ้งเตือนควรได้รับการออกแบบเพื่อให้ข้อมูล ไม่ใช่เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานดำเนินกิจกรรมต่อ ระบบอาจแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเวลาที่ใช้ไปหรือวงเงินที่ใช้ไปในรูปแบบที่อ่านง่าย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถประเมินสถานการณ์ของตนเองได้
นอกจากนี้ สามารถมี Self-Assessment สำหรับให้ผู้ใช้งานทบทวนรูปแบบการใช้งาน เช่น ความถี่ ระยะเวลา และการเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่าย โดยผลลัพธ์ควรนำเสนอในลักษณะให้ข้อมูลและคำแนะนำทั่วไป ไม่ควรสรุปว่าเป็นการวินิจฉัยภาวะใด หากผู้ใช้งานรู้สึกว่าการใช้งานเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ หรือการเงิน ควรมีช่องทางสำหรับเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างเหมาะสม การให้ข้อมูลที่ชัดเจนและช่องทางช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายเป็นส่วนสำคัญของแนวทาง Responsible Gaming
